
|
ªÕÇлÃÐÇѵÔËÅǧ»ÙèÅÕ ¨Ôµ¸ÚÁâÁ โยมบิดา คือ พ่อใหญ่เคน แสนเลิศ โยมมารดา คือ แม่ใหญ่ปึ้ง แสนเลิศ หลวงปู่มีพี่น้อง ร่วมบิดามารดาเดียวกัน รวม ๓ คน คือ
๑.
โยมพี่ชาย
(เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก)
|
วัยหนุ่ม ระหว่างช่วงเวลา ๑๘-๒๒ ปี ถ้าไม่ใช่ฤดูทำนา หลวงปู่มักจะพาหมู่ไปค้าขายไกลๆถึงร้อยเอ็ดบ้าง มหาสารคามบ้าง โดยใช้เกวียนเดินทาง ไปครั้งละ ๑ เดือน ๕ วันบ้าง แล้วแต่ระยะทางและสินค้าที่นำไป สินค้าที่หลวงปู่นำไปขายส่วนใหญ่มักจะเป็นจำพวก หวาย ปลาร้า และเข (เครื่องมือในการย้อมไหม) พ่อใหญ่สุดเล่าว่า ไปกับหลวงปู่แล้วสนุกมากไม่มีเบื่อเลย
|
|
|
ภูมิลำเนา โยมบิดาเดิมมีภรรยาคนแรกและมีลูกด้วยกัน ๔ คน คือ นางสง นางกิ่น และนายอิน ( ปัจจุบันเสียชีวิตทั้งหมด) หลังจากที่ภรรยาคนแรกเสียชีวิตลง โยมบิดาได้แต่งงานใหม่กับแม่ปึ้งมารดาของ หลวงปู่ ใช้ชีวิตร่วมกันที่บ้านดอนแคนน้ำจนกระทั้งเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติแม่น้ำชีหนุนขึ้นสูง จนเกิดน้ำท่วมใหญ่และโรคระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ผู้คนล้มตายกันมากมาย โยมทั้งสองของหลวงปู่ จึงตัดสินใจอพยพถิ่นฐานมายังบ้านบึงโนนอก ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร รวมกับชาวบ้านอีกประมาณ ๖๐ ครัวเรือน ด้วยได้ยินกิติศัพท์ว่าบ้านบึงโนเป็นสถานที่อุดมสมบูรณ์มาก ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า ในสมัยนั้น บ้านบึงโนจะมีต้นโสน และ ต้นแซง ขึ้นเต็มบึง แต่ละต้นมีลำต้นโตเท่าแขน หลวงปู่เล่าว่า "ต้นใหญ่ขนาดคนหัวโต นั่งเล่นได้ ไม่ตก" บ้านบึงโนในครั้งนั้นยังเป็นป่าดิบเรื่อยมาตั้งแต่ดงผาลาดดงบัง ต่อเนื่องจนถึงดงหม้อทอง เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด ทั้งช้างป่า เสือ เก้ง กวาง ละมั่ง หมูป่า ไก่ป่า หลวงปู่เล่าว่า "สมบูรณ์ขนาดปลาในบึง จับวันเดียวกินได้ทั้งอาทิตย์" ในช่วงย้ายถิ่นฐานที่อยู่จากบ้านดอนแคนน้ำ จังหวัดร้อยเอ็ดมาที่บ้านบึงโน จังหวัดสกลนครนั้น โยมมารดาของหลวงปู่กำลังตั้งครรภ์ท่านอยู่ ด้วยเหตุนี้หลวงปู่จึงมักปรารภว่า "เราเกิดที่ร้อยเอ็ด" ด้วยถือว่าท่านถือกำเนิดนับตั้งแต่โยมมารดาตั้งครรภ์
|
à¢éÒÊÙèá´¹¸ÃÃÁ ในสมัยนั้นการบวชเป็นพระธรรมยุติจะต้องไปบวชที่วัดซึ่งมีพระอุปชฌาย์เป็นพระธรรมยุติด้วยกัน และวัดที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ไกลถึงวัดจอมศรี อำเภอกุมภวปี แต่เมื่อตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้ว หลวงปู่ก็มิได้ย่อท้อ มุ่งมั่นเป็นผ้าขาวอยู่นานหลายเดือน จึงเดินเท้าตามครูบาอาจารย์จากบ้านบึงโน จังหวัดสกลนคร ไปวัดจอมศรี จังหวัดอุดรธานี เข้าสู่ชีวิตใต้ร่มกาสาวพัตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๕ เวลา ๑๑.๐๐ น.
บรรพชาอุปสมบท
-
พระครูพิทักษ์คณานุกร
วัดจอมศรี
ตำบลพันดอน
อำเภอกุมภวาปี
จังหวัดอุดรธานี เป็นผู้อุปัชฌาย์ |
|
|
ปฐมวัย เมื่อโยมบิดาถึงแก่กรรมในขณะที่หลวงปู่มีอายุไม่ถึง ๑๐ ปีนั้นจึงนับเป็นภาระหนักหนา สำหรับเด็กชายวัยนี้ ที่ต้องรับผิดชอบดูแลทุกอย่างในครอบครัว ทั้งเลี้ยงน้องเล็กถึง ๓ คน ทั้งต้องเลี้ยงวัว เลี้ยงควายทำไร่ไถนา ด้วยความยากลำบากและต้องอยู่กับแม่หมุนผู้เป็นแม่เลี้ยง หลวงปู่เล่าว่าท่านลำบากแม้กระทั่งการเรียน เรียนไปได้ ๑ ปี โรงเรียนวัดบ้านโคกสี ก็ต้องหยุดการเรียนการสอนเนื่องจากครูผู้สอนเสียชีวิต มาได้เรียนอีกทีก็เมื่อบ้านบึงโนตั้งโรงเรียนวัดบ้านบึงโน (โรงเรียนวัดศรีชมพูในปัจจุบัน) ขึ้น ท่านจึงได้มีโอกาสศึกษาต่อจนจบชั้นประถมปีที่ ๔ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๘ อายุ ๑๕ ปี
|